อโดบีส่งทูลใหม่ ให้กูเกิลเสิร์ชเจอวีดีโอ"Flash"ง่ายขึ้น
ในอดีต เสิร์ชเอนจิ้นทุกค่ายไม่ว่าจะเป็นกูเกิลหรือยาฮูล้วนมีปัญหาสืบค้นไฟล์ภาพเคลื่อนไหวที่สร้างจากโปรแกรมแฟลช (Flash) ได้ยากเพราะเป็นไฟล์ที่ไม่มีข้อความใดๆให้ระบบได้ตรวจสอบ ล่าสุด อโดบี (Adobe Systems) ระบุว่าทูลใหม่ของค่ายจะทำให้เสิร์ชเอนจิ้นสามารถค้นพบไฟล์วีดีโอแฟลชได้ง่ายขึ้น ส่งให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตสามารถค้นหาและชมไฟล์วีดีโอแฟลชที่ต้องการได้สะดวกโยธินกว่าเดิม
อโดบีเปิดตัวทูลใหม่ที่ว่านี้โดยพัฒนาจากซอฟต์แวร์ Flash Player แม้ผลที่ได้จะไม่ถึงขั้นที่ว่า เสิร์ชเอนจิ้นสามารถเข้าใจคอนเทนท์แฟลชได้เหมือนคนที่ได้ชมไฟล์วีดีโอจริงๆ แต่อโดบียืนยันว่า เสิร์ชเอนจิ้นจะสามารถจัดอันดับและทำดัชนีคอนเทนท์แฟลชที่หลายเว็บไซต์ใช้ทำเป็นเมนูหรือโฆษณาเคลื่อนไหวได้ง่ายและละเอียดขึ้นกว่าเดิม
สื่อต่างประเทศรายงานว่า ข้อจำกัดของทูลนี้คือ ระบบเสิร์ชเอนจิ้นจะยังคงจัดทำดัชนีได้เฉพาะจากชื่อไฟล์และข้อความอื่นๆที่แนบมากับไฟล์วีดีโอเท่านั้น ไม่ได้อัจฉริยะถึงขั้นแปลรูปภาพในวีดีโอแฟลชออกมาเป็นข้อความให้ระบบตรวจจับได้ ทั้งรูปภาพข้อความหรือสัญลักษณ์บนท้องถนน ซึ่งยังเป็นข้อจำกัดของระบบเสิร์ชเอนจิ้นในปัจจุบัน ที่แม้จะพัฒนาให้ระบบสามารถวิเคราะห์ข้อมูลประเภทข้อความในคอนเทนท์แฟลชแบบพื้นฐานได้แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลประเภทนี้ได้อย่างทั่วถึง แม้จะมีข้อจำกัดนี้ แต่ Bill Coughran รองประธานอาวุโสฝ่ายวิศวกรรมของกูเกิลยอมรับว่า การพัฒนาใดๆที่ทำให้คอนเทนท์แฟลชวีดีโอสามารถสืบค้นเจอได้ง่าย ล้วนเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้อินเตอร์เน็ตโดยรวมทั้งสิ้น ทูลใหม่นี้ถูกส่งให้กูเกิลใช้งานแล้ว ขณะที่ยาฮูมีแผนจะใช้งานในเร็วๆนี้ โดยอโดบีจะขยายการซัปพอร์ตแก่เสิร์ชเอนจิ้นรายอื่นต่อไป และยืนยันว่า นักออกแบบเว็บไซต์ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงหรือดำเนินการใดๆเพื่อรองรับทูลใหม่ตัวนี้
7/03/2551
6/30/2551
เรียนวันพุธที่ 25 มิถุนายน 2551
ข้อสอบเรื่องเครือข่ายอีเทอร์เน็ต หรือ IEEE 802.3
1 .อีเทอร์เน็ตถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัทใด
ก.Xeoxr
ข.Xexor
ค.Xerox
ง.Xeorx
เฉลย ค.
2. อีเทอร์เน็ตได้พัฒนามาจากรากฐานบนเครือข่ายแบบใด
ก. Packet
ข. Radio
ค. Packet Radio
ง. Bus
เฉลย ค.
3. อีเทอร์เน็ตมีความเร็วในการถ่ายข้อมูลครั้งแรกกี่เมกกะบิตต่อวินาที
ก. 1 เมกะบิตต่อวินาที
ข. 2 เมกะบิตต่อวินาที
ค. 3 เมกะบิตต่อวินาที
ง. 4 เมกะบิตต่อวินาที
เฉลย ค.
4. การนำเสนอข้อมูลออกเป็นส่วนๆเรียกว่าอะไร
ก. แพกกิ้ง
ข. แพกก้า
ค. แพกเก็ต
ง. แพกเกต
เฉลย ง.
5. อีเทอร์เน็ตใช้วิธีการส่งสัณญาณแบบใด
ก. เบสแบนด์
ข บอยแบนด์
ค. เบิร์นแบนด์
ง.แบนด์
เฉลย ก
6. ฟาส์ตอีเทอรร์เน็ตเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าอะไร
ก. อีเทอร์เน็ตความเร็วต่ำ
ข.อีเทอร์เน็ตความเร็วสูง
ค. อีเทอร์เน็ตความเร็วช้า
ง.อีเทอร์เน็ตความเร็วปกติ
เฉลย ข
7. ฟาสต์อีเทอร์เน็ตได้ถูกออกแบบมาเพื่อติดตั้งเครือข่ายในรูปแบบใด
ก. ดาว
ข. วงแหวน
ค. กระจาย
ง. ต่อเนื่อง
เฉลย ก
8. เฟรมอีเทอร์เน็ตขนาดเล็กสุดจะมีความจุที่กี่ไบต์
ก. 72
ข. 75
ค. 85
ง. 82
เฉลย ก
9. ฟาส์ตอีเทอเน็ตไม่สนับสนุนในการเชื่อมต่อแบบใด
ก. วงแหวน
ข.ดาว
ค.แพกเกต
ง. บัส
เฉลย ง
10. อีเทอร์เน็ตความเร็วสูงแตกต่างจากอีเทอร์เน็ตอย่างไร
ก. การรับส่งข้อมูล
ข. สายCAT5e
ค. การ์ดเครือข่าย
ง. สายUTP
เฉลย ค
ข้อสอบปรนัยคำสั่งตรวจซ่อม
1. คำสั่ง Ping ใช้ในการตรวจสอบอะไร
ก. ค่าต่างๆในตัวเครื่อง
ข.ดูหมายเลขในตัวเครื่อง
ค. ตรวจสอบการเชื่อมต่อ
ง. ตรวจสอบการเดินทางปขั้วปลายทาง
เฉลย ค
2. คำสั่ง ipconfig ในการตรวจสอบอะไร
ก. ค่าต่างๆในตัวเครื่อง
ข.ดูหมายเลขในตัวเครื่อง
ค. ตรวจสอบการเชื่อมต่อ
ง. ตรวจสอบการเดินทางปขั้วปลายทาง
เฉลย ก
3. คำสั่ง ART ใช้ในการตรวจสอบอะไร
ก. ค่าต่างๆในตัวเครื่อง
ข.ดูหมายเลขในตัวเครื่อง
ค. ตรวจสอบการเชื่อมต่อ
ง. ตรวจสอบการเดินทางปขั้วปลายทาง
เฉลย ข
4. คำสั่ง nslooknp
ก. ค่าต่างๆในตัวเครื่อง
ข.ดูหมายเลขในตัวเครื่อง
ค. ตรวจสอบการเชื่อมต่อ
ง. ตรวจสอบการเดินทางปขั้วปลายทาง
เฉลย ง
5. วิธีใช้คำสั่ง Ping มีวิธีการแบบใด
ก. start --- Run ---ms-Dos Prompt
ข. start---Programs---ms-Dos prompt
ค. Start---program---Run
ง. start---shutdown---ok
เฉลย ข
6. ถ้าต้องการตรวจสอบ Option ของ Ping ควรใช้คำสั่งแบบใด
ก. Ping ?
ข. Ping /?
ค. Ping/=
ง.Ping
เฉลย ข
7. วิธีการตรวจสอบคำสั่ง Ping ใช้โปรแกรมใด
ก.shert
ข. Dos
ค. Run
ง. controipanal
เฉลย ค
8. คำสั่ง neststat ใช้ในการตรวจสอบอะไร
ก. ค่าต่างๆในตัวเครื่อง
ข.ดูหมายเลขในตัวเครื่อง
ค. ดูแลสถิติในระบบ
ง.ตรวจสอบขั้วปลายทาง
เฉลย ค
9. คำสั่งอื่นๆที่น่าสนใจคือคำสั่งอะไร
ก. Cast
ข. grat
ค. ipconfig/all
ง.Ping /?
เฉลย ค
10. คำสั่งในการตรวจซ่อมทั้งหมดมีกี่คำสั่ง
ก. 5
ข. 6
ค. 7
ง. 8
เฉลย ค
1 .อีเทอร์เน็ตถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัทใด
ก.Xeoxr
ข.Xexor
ค.Xerox
ง.Xeorx
เฉลย ค.
2. อีเทอร์เน็ตได้พัฒนามาจากรากฐานบนเครือข่ายแบบใด
ก. Packet
ข. Radio
ค. Packet Radio
ง. Bus
เฉลย ค.
3. อีเทอร์เน็ตมีความเร็วในการถ่ายข้อมูลครั้งแรกกี่เมกกะบิตต่อวินาที
ก. 1 เมกะบิตต่อวินาที
ข. 2 เมกะบิตต่อวินาที
ค. 3 เมกะบิตต่อวินาที
ง. 4 เมกะบิตต่อวินาที
เฉลย ค.
4. การนำเสนอข้อมูลออกเป็นส่วนๆเรียกว่าอะไร
ก. แพกกิ้ง
ข. แพกก้า
ค. แพกเก็ต
ง. แพกเกต
เฉลย ง.
5. อีเทอร์เน็ตใช้วิธีการส่งสัณญาณแบบใด
ก. เบสแบนด์
ข บอยแบนด์
ค. เบิร์นแบนด์
ง.แบนด์
เฉลย ก
6. ฟาส์ตอีเทอรร์เน็ตเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าอะไร
ก. อีเทอร์เน็ตความเร็วต่ำ
ข.อีเทอร์เน็ตความเร็วสูง
ค. อีเทอร์เน็ตความเร็วช้า
ง.อีเทอร์เน็ตความเร็วปกติ
เฉลย ข
7. ฟาสต์อีเทอร์เน็ตได้ถูกออกแบบมาเพื่อติดตั้งเครือข่ายในรูปแบบใด
ก. ดาว
ข. วงแหวน
ค. กระจาย
ง. ต่อเนื่อง
เฉลย ก
8. เฟรมอีเทอร์เน็ตขนาดเล็กสุดจะมีความจุที่กี่ไบต์
ก. 72
ข. 75
ค. 85
ง. 82
เฉลย ก
9. ฟาส์ตอีเทอเน็ตไม่สนับสนุนในการเชื่อมต่อแบบใด
ก. วงแหวน
ข.ดาว
ค.แพกเกต
ง. บัส
เฉลย ง
10. อีเทอร์เน็ตความเร็วสูงแตกต่างจากอีเทอร์เน็ตอย่างไร
ก. การรับส่งข้อมูล
ข. สายCAT5e
ค. การ์ดเครือข่าย
ง. สายUTP
เฉลย ค
ข้อสอบปรนัยคำสั่งตรวจซ่อม
1. คำสั่ง Ping ใช้ในการตรวจสอบอะไร
ก. ค่าต่างๆในตัวเครื่อง
ข.ดูหมายเลขในตัวเครื่อง
ค. ตรวจสอบการเชื่อมต่อ
ง. ตรวจสอบการเดินทางปขั้วปลายทาง
เฉลย ค
2. คำสั่ง ipconfig ในการตรวจสอบอะไร
ก. ค่าต่างๆในตัวเครื่อง
ข.ดูหมายเลขในตัวเครื่อง
ค. ตรวจสอบการเชื่อมต่อ
ง. ตรวจสอบการเดินทางปขั้วปลายทาง
เฉลย ก
3. คำสั่ง ART ใช้ในการตรวจสอบอะไร
ก. ค่าต่างๆในตัวเครื่อง
ข.ดูหมายเลขในตัวเครื่อง
ค. ตรวจสอบการเชื่อมต่อ
ง. ตรวจสอบการเดินทางปขั้วปลายทาง
เฉลย ข
4. คำสั่ง nslooknp
ก. ค่าต่างๆในตัวเครื่อง
ข.ดูหมายเลขในตัวเครื่อง
ค. ตรวจสอบการเชื่อมต่อ
ง. ตรวจสอบการเดินทางปขั้วปลายทาง
เฉลย ง
5. วิธีใช้คำสั่ง Ping มีวิธีการแบบใด
ก. start --- Run ---ms-Dos Prompt
ข. start---Programs---ms-Dos prompt
ค. Start---program---Run
ง. start---shutdown---ok
เฉลย ข
6. ถ้าต้องการตรวจสอบ Option ของ Ping ควรใช้คำสั่งแบบใด
ก. Ping ?
ข. Ping /?
ค. Ping/=
ง.Ping
เฉลย ข
7. วิธีการตรวจสอบคำสั่ง Ping ใช้โปรแกรมใด
ก.shert
ข. Dos
ค. Run
ง. controipanal
เฉลย ค
8. คำสั่ง neststat ใช้ในการตรวจสอบอะไร
ก. ค่าต่างๆในตัวเครื่อง
ข.ดูหมายเลขในตัวเครื่อง
ค. ดูแลสถิติในระบบ
ง.ตรวจสอบขั้วปลายทาง
เฉลย ค
9. คำสั่งอื่นๆที่น่าสนใจคือคำสั่งอะไร
ก. Cast
ข. grat
ค. ipconfig/all
ง.Ping /?
เฉลย ค
10. คำสั่งในการตรวจซ่อมทั้งหมดมีกี่คำสั่ง
ก. 5
ข. 6
ค. 7
ง. 8
เฉลย ค
6/18/2551
เรียนวันพุธที่ 18 มิถุนายน 2551
ออกข้อสอบ ปรนัย (พร้อมเฉลย) 10 ข้อ
1. mark 6 bit class A ได้กี่ subnet
a. 2^6 = 64 -2 =62
b. 2^6 = 32 -2 =30
c. 2^6 = 19- 2 =17
d. 2^6 = 24 -2 =22
เฉลย a
2. mark 4 bit class A ได้หมายเลขsubnetอะไร
a. 255.255.194.0
b. 255.194.132.0
c. 255.240.0.0
d. 255.255.255.0
เฉลย c
3. mark 5 bit class B ได้กี่ subnet
a. 2^5 = 25-2=23
b. 2^5 = 32-2=30
c. 2^5 = 45-2=43
d. 2^5 = 57-2=55
เฉลย b
4. mark 6 bit class A ได้เลขhostอะไร
a. 2^18=262144-2=262142
b. 2^21=2097152-2=2097150
C. 2^11=2048-2=2046
D. 2^20=1048576-2=1048574
เฉลย a
5. mark 4 bit class C ได้เล ขsubnetอะไร
a. 255.254.0.0
b. 255.255.255.254
c. 255.255.255.242
d. 255.192.142.0
เฉลย c
6. mark 2 bit class A ได้กี่subnet
a. 2^2 = 64 -2 =62
b. 2^2 = 32 -2 =30
c. 2^2 = 19- 2 =17
d. 2^2 = 4 - 2 =2
เฉลย d
7.mart 5 bit ได้กี่ Subnet ของ Class C
a. 2^5 = 8 - 2 = 6
b. 2^5 = 32 -2 = 30
c. 2^3 = 8 - 2 = 6
d. 2^3 = 10 -2 = 8
เฉลย b
8.mart 4 bit ได้กี่ Host ของ Class A
a.2^4 = 16 - 2 = 14 Host
b.2^4 = 8 - 2 = 6 Host
c.2^20 = 1048576 - 2 = 1048574 Host
d.2^20 = 1048426 - 2 = 1048424 Host
เฉลย c
9. mark 3 bit ได้กี่ Host ของ Class B
a.2^3 = 8 - 2 = 6 Host
b.2^3 = 6 - 2 = 4 Host
c.2^13 = 26 -2 = 24 Host
d.2^13 = 8192 - 2 = 8190 Host
เฉลยd
10.mart 6 bit ได้กี่ Host ของ Class C
a.2^6 = 12 - 2 = 10 Host
b.2^2 = 4 - 2 = 2 Host
c.2^6 = 64 - 2 = 62 Host
d.2^3 = 6 -2 = 4 Host
เฉลย b
ออกข้อสอบ อัตนัย (พร้อมเฉลย) 10 ข้อ
1.mark 6 bit ของ Class B ได้กี่ Host
= 2^10 = 1024 - 2 = 1022 Host
2.mark 5 bit Class B หมายเลข Subnet อะไร
=255.255.248.0
3.mark 5 bit ของ Class A ได้กี่ Subnet
= 2^5 = 32 - 2 = 30 Subnet
4.mark 3 bit Class C หมายเลข subnet อะไร
=255.255.255.224
5.mark 7 bit ของ Class C ได้กี่ Subnet
=2^7 = 128 - 2 = 126 Subnet
6.mark 3 bit ของ Class C ได้กี่ Host
=2^5 = 32 -2 = 30 Host
7.mark 6 bit ของ Claass B ได้กี่ subnet
= 2^6 = 64 - 2 = 62 Subnet
8.mark 6 bit Class A หมายเลข Subnet อะไร
=255.252.0
9.mark 5 bit ของ Class A ได้กี่ Host
= 2^19 = 524288 - 2 = 524286 Host
10.mark 6 bit Class A หมายเลข Subnet อะไร
=255.252.0.0
Ethernet
ความหมายของIEEE 802.3
IEEE 802.3 หรือ อีเทอร์เน็ต (Ethernet) เป็นเครือข่ายที่มีความเร็วสูงการส่งข้อมูล 10 เมกะบิตต่อวินาที สถานีในเครือข่ายอาจมีโทโปโลยีแบบัสหรือแบบดาว IEEE ได้กำหนดมาตรฐานอีเทอร์เน็ตซึ่งทำงานที่ความเร็ว 10 เมกะบิตต่อวินาทีไว้หลายประเภทตามชนิดสายสัญญาณ เช่น
• 10Base5 อีเทอร์เน็ตโทโปโลยีแบบบัสซึ่งใช้สายโคแอกเชียลแบบหนา (Thick Ethernet)ความยาวของสายในเซกเมนต์หนึ่ง ๆ ไม่เกิน 500 เมตร• 10Base2 อีเทอร์เน็ตโทโปโลยีแบบบัสซึ่งใช้สายโคแอ๊กเชียลแบบบาง (Thin Ethernet) ความยาวของสายในเซกเมนต์หนึ่ง ๆ ไม่เกิน 185 เมตร• 10BaseT อีเทอร์เน็ตโทโปโลยีแบบดาวซึ่งใช้ฮับเป็นศูนย์กลาง สถานีและฮับเชื่อมด้วยสายยูทีพี (Unshield Twisted Pair) ด้วยความยาวไม่เกิน 100 เมตร
คำว่า “Base” หมายถึงสัญญาณชนิด “Base” รหัสถัดมาหากเป็นตัวเลข หมายถึง ความยาวสายต่อเซกเมนต์ในหน่วยหนึ่งร้อยเมตร (5=500, 2 แทนค่า 185) หากเป็นอักษร จะหมายถึงชนิดของสาย เช่น T คือ Twisted pair หรือ F คือ Fiber optics
ส่วนมาตรฐานอีเทอร์เน็ตความเร็ว 100 เมกกะบิตต่อวินาทีที่นิยมใช้ในปัจจุบันได้แก่ 100BaseTX และ 100BaseFX สำหรับอีเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบกิกะบิตอีเทอร์เน็ตเริ่มแพร่หลายมากขึ้น ตัวอย่างของมาตรฐานกิกะบิตอีเทอร์เน็ตในปัจจุบันได้แก่ 100BaseT, 100BaseLX และ 100BaseSX เป็นต้น
อีเทอร์เน็ตใช้โปรโตคอล ซีเอสเอ็มเอ/ซีดี (CSMA/CD : Carrier Sense Multiple Access with Collision Detection) เป็นตัวกำหนดขั้นตอนให้สถานีเข้าครอบครองสายสัญญาณ ในขณะเวลาหนึ่งจะมีเพียงสถานีเดียวที่เข้าครองสายสัญญาณเพื่อส่งข้อมูล สถานีที่ต้องการส่งข้อมูลต้องการตรวจสอบสายสัญญาณว่ามีสถานีอื่นใช้สายอยู่หรือไม่ ถ้าสายสัญญาณว่างก็ส่งข้อมูลได้ทันที หากไม่ว่างก็ต้องคอยจนกว่าสายสัญญาณว่างจึงจะส่งข้อมูลได้ ขณะที่สถานีหนึ่ง ๆ กำลังส่งข้อมูลก็ต้องตรวจสอบสายสัญญาณไปพร้อมกันด้วยเพื่อตรวจว่าในจังหวะเวลาที่ใกล้เคียงกันนั้นมีสถานีอื่นซึ่งพบสายสัญญาณว่างและส่งข้อมูลมาหรือไม่ หากเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นแล้ว ข้อมูลจากทั้งสองสถานีจะผสมกันหรือเรียกว่า การชนกัน (Collision) และนำไปใช้ไม่ได้ สถานีจะต้องหยุดส่งและสุ่มหาเวลาเพื่อเข้าใช้สายสัญญาณใหม่ ในเครือข่ายอีเทอร์เน็ตที่มีสถานีจำนวนมากมักพบว่าการทานจะล่าช้าเพราะแต่ละสถานีพยายามยึดช่องสัญญาณเพื่อส่งข้อมูลและเกิดการชนกันเกือบตลอดเวลา โดยไม่สามารถกำหนดว่าสถานีใดจะได้ใช้สายสัญญาณเมื่อเวลาใด อีเทอร์เน็ตจึงไม่มีเหมาะกับการใช้งานในระบบจริง
1. mark 6 bit class A ได้กี่ subnet
a. 2^6 = 64 -2 =62
b. 2^6 = 32 -2 =30
c. 2^6 = 19- 2 =17
d. 2^6 = 24 -2 =22
เฉลย a
2. mark 4 bit class A ได้หมายเลขsubnetอะไร
a. 255.255.194.0
b. 255.194.132.0
c. 255.240.0.0
d. 255.255.255.0
เฉลย c
3. mark 5 bit class B ได้กี่ subnet
a. 2^5 = 25-2=23
b. 2^5 = 32-2=30
c. 2^5 = 45-2=43
d. 2^5 = 57-2=55
เฉลย b
4. mark 6 bit class A ได้เลขhostอะไร
a. 2^18=262144-2=262142
b. 2^21=2097152-2=2097150
C. 2^11=2048-2=2046
D. 2^20=1048576-2=1048574
เฉลย a
5. mark 4 bit class C ได้เล ขsubnetอะไร
a. 255.254.0.0
b. 255.255.255.254
c. 255.255.255.242
d. 255.192.142.0
เฉลย c
6. mark 2 bit class A ได้กี่subnet
a. 2^2 = 64 -2 =62
b. 2^2 = 32 -2 =30
c. 2^2 = 19- 2 =17
d. 2^2 = 4 - 2 =2
เฉลย d
7.mart 5 bit ได้กี่ Subnet ของ Class C
a. 2^5 = 8 - 2 = 6
b. 2^5 = 32 -2 = 30
c. 2^3 = 8 - 2 = 6
d. 2^3 = 10 -2 = 8
เฉลย b
8.mart 4 bit ได้กี่ Host ของ Class A
a.2^4 = 16 - 2 = 14 Host
b.2^4 = 8 - 2 = 6 Host
c.2^20 = 1048576 - 2 = 1048574 Host
d.2^20 = 1048426 - 2 = 1048424 Host
เฉลย c
9. mark 3 bit ได้กี่ Host ของ Class B
a.2^3 = 8 - 2 = 6 Host
b.2^3 = 6 - 2 = 4 Host
c.2^13 = 26 -2 = 24 Host
d.2^13 = 8192 - 2 = 8190 Host
เฉลยd
10.mart 6 bit ได้กี่ Host ของ Class C
a.2^6 = 12 - 2 = 10 Host
b.2^2 = 4 - 2 = 2 Host
c.2^6 = 64 - 2 = 62 Host
d.2^3 = 6 -2 = 4 Host
เฉลย b
ออกข้อสอบ อัตนัย (พร้อมเฉลย) 10 ข้อ
1.mark 6 bit ของ Class B ได้กี่ Host
= 2^10 = 1024 - 2 = 1022 Host
2.mark 5 bit Class B หมายเลข Subnet อะไร
=255.255.248.0
3.mark 5 bit ของ Class A ได้กี่ Subnet
= 2^5 = 32 - 2 = 30 Subnet
4.mark 3 bit Class C หมายเลข subnet อะไร
=255.255.255.224
5.mark 7 bit ของ Class C ได้กี่ Subnet
=2^7 = 128 - 2 = 126 Subnet
6.mark 3 bit ของ Class C ได้กี่ Host
=2^5 = 32 -2 = 30 Host
7.mark 6 bit ของ Claass B ได้กี่ subnet
= 2^6 = 64 - 2 = 62 Subnet
8.mark 6 bit Class A หมายเลข Subnet อะไร
=255.252.0
9.mark 5 bit ของ Class A ได้กี่ Host
= 2^19 = 524288 - 2 = 524286 Host
10.mark 6 bit Class A หมายเลข Subnet อะไร
=255.252.0.0
Ethernet
ความหมายของIEEE 802.3
IEEE 802.3 หรือ อีเทอร์เน็ต (Ethernet) เป็นเครือข่ายที่มีความเร็วสูงการส่งข้อมูล 10 เมกะบิตต่อวินาที สถานีในเครือข่ายอาจมีโทโปโลยีแบบัสหรือแบบดาว IEEE ได้กำหนดมาตรฐานอีเทอร์เน็ตซึ่งทำงานที่ความเร็ว 10 เมกะบิตต่อวินาทีไว้หลายประเภทตามชนิดสายสัญญาณ เช่น
• 10Base5 อีเทอร์เน็ตโทโปโลยีแบบบัสซึ่งใช้สายโคแอกเชียลแบบหนา (Thick Ethernet)ความยาวของสายในเซกเมนต์หนึ่ง ๆ ไม่เกิน 500 เมตร• 10Base2 อีเทอร์เน็ตโทโปโลยีแบบบัสซึ่งใช้สายโคแอ๊กเชียลแบบบาง (Thin Ethernet) ความยาวของสายในเซกเมนต์หนึ่ง ๆ ไม่เกิน 185 เมตร• 10BaseT อีเทอร์เน็ตโทโปโลยีแบบดาวซึ่งใช้ฮับเป็นศูนย์กลาง สถานีและฮับเชื่อมด้วยสายยูทีพี (Unshield Twisted Pair) ด้วยความยาวไม่เกิน 100 เมตร
คำว่า “Base” หมายถึงสัญญาณชนิด “Base” รหัสถัดมาหากเป็นตัวเลข หมายถึง ความยาวสายต่อเซกเมนต์ในหน่วยหนึ่งร้อยเมตร (5=500, 2 แทนค่า 185) หากเป็นอักษร จะหมายถึงชนิดของสาย เช่น T คือ Twisted pair หรือ F คือ Fiber optics
ส่วนมาตรฐานอีเทอร์เน็ตความเร็ว 100 เมกกะบิตต่อวินาทีที่นิยมใช้ในปัจจุบันได้แก่ 100BaseTX และ 100BaseFX สำหรับอีเทอร์เน็ตความเร็วสูงแบบกิกะบิตอีเทอร์เน็ตเริ่มแพร่หลายมากขึ้น ตัวอย่างของมาตรฐานกิกะบิตอีเทอร์เน็ตในปัจจุบันได้แก่ 100BaseT, 100BaseLX และ 100BaseSX เป็นต้น
อีเทอร์เน็ตใช้โปรโตคอล ซีเอสเอ็มเอ/ซีดี (CSMA/CD : Carrier Sense Multiple Access with Collision Detection) เป็นตัวกำหนดขั้นตอนให้สถานีเข้าครอบครองสายสัญญาณ ในขณะเวลาหนึ่งจะมีเพียงสถานีเดียวที่เข้าครองสายสัญญาณเพื่อส่งข้อมูล สถานีที่ต้องการส่งข้อมูลต้องการตรวจสอบสายสัญญาณว่ามีสถานีอื่นใช้สายอยู่หรือไม่ ถ้าสายสัญญาณว่างก็ส่งข้อมูลได้ทันที หากไม่ว่างก็ต้องคอยจนกว่าสายสัญญาณว่างจึงจะส่งข้อมูลได้ ขณะที่สถานีหนึ่ง ๆ กำลังส่งข้อมูลก็ต้องตรวจสอบสายสัญญาณไปพร้อมกันด้วยเพื่อตรวจว่าในจังหวะเวลาที่ใกล้เคียงกันนั้นมีสถานีอื่นซึ่งพบสายสัญญาณว่างและส่งข้อมูลมาหรือไม่ หากเกิดกรณีเช่นนี้ขึ้นแล้ว ข้อมูลจากทั้งสองสถานีจะผสมกันหรือเรียกว่า การชนกัน (Collision) และนำไปใช้ไม่ได้ สถานีจะต้องหยุดส่งและสุ่มหาเวลาเพื่อเข้าใช้สายสัญญาณใหม่ ในเครือข่ายอีเทอร์เน็ตที่มีสถานีจำนวนมากมักพบว่าการทานจะล่าช้าเพราะแต่ละสถานีพยายามยึดช่องสัญญาณเพื่อส่งข้อมูลและเกิดการชนกันเกือบตลอดเวลา โดยไม่สามารถกำหนดว่าสถานีใดจะได้ใช้สายสัญญาณเมื่อเวลาใด อีเทอร์เน็ตจึงไม่มีเหมาะกับการใช้งานในระบบจริง
6/11/2551
เรียน 11 มิถุนายน 2551
basic ‘s datacommunicationCommunication
การย้ายข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง เพื่อให้เกิดประโยชน์เทคโนโลยีสมัยนี้มีการเชื่อมต่อกันทั่วโลกWhy Study Data Communication? เพื่อที่จะได้วิธีการย้ายข้อมูลที่ถูกต้อง และในสมัยก่อนมีความลำบากมากในการสื่อสาร จึงนำมาเป็นตัวแทนในการสื่อสารนิยามการสื่อสารข้อมูลการสื่อสารข้อมูล หมายถึง กระบวนการถ่ายทอด หรือการรับ-ส่งข้อมูล จากจุดใดจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ผ่านสื่อชนิดใดๆก็ได้ โดยข้อมูลจะหมายถึง ข้อความ รูปภาพ หรือสัญลักษณ์ก็ได้ การสื่อสารข้อมูลโดยปกติเกิดขึ้นระหว่าง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไป
ความหมาย ของ Basic’s IP Address
IP Address คือหมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งประกอบด้วยตัวเลข 4 ชุด มีเครื่องหมายจุดขั้นระหว่างชุด
การสื่อสารและรับส่งข้อมูลในระบบ Internet สิ่งสำคัญคือที่อยู่ของคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง ดังนั้นเพื่อให้เกิดความถูกต้องแม่นยำ จึ่ง ได้มีการกำหนดหมายเลขประจำเครื่องที่เราเรียกว่า IP Address และเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนและซ้ำกัน จึงได้มีการก่อตั้งองค์กรเพื่อ แจกจ่าย IP Address โดยเฉพาะ ชื่อองค์กรว่า Inter NIC (International Network Information Center) อยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา การแจกจ่ายนั้นทาง Inter NIC จะแจกจ่ายเฉพาะ Network Address ให้แต่ละเครือข่าย ส่วนลูกข่ายของเครื่อง ทางเครือข่ายนั้นก็จะเป็น ผู้แจกจ่ายอีกทอดหนึ่ง ดังนั้นพอสรุปได้ว่า IP Address จะประกอบด้วยตัวเลข 2 ส่วน คือ 1. Network Address 2. Computer Address การแบ่งขนาดของเครือข่าย เราสามารถแบ่งขนาดของการแจกจ่าย Network Address ได้ 3 ขนาดคือ
1. Class A nnn.ccc.ccc.ccc (nnn ชุดแรก ตัวเลขอยู่ระหว่าง 1-126) เครือข่าย Class A สามารถแจกจ่าย IP Address ได้มากที่สุดถึง 16 ล้านหมายเลข
2. Class B nnn.nnn.ccc.ccc (nnn ชุดแรก ตัวเลขอยู่ระหว่าง 128-191) เครือข่าย Class A สามารถแจกจ่าย IP Address ได้มากเป็นอันดับสอง คือ 65,000 หมายเลข
3. Class c nnn.nnn.nnn.ccc (nnn ชุดแรก ตัวเลขอยู่ระหว่าง 192-233) เครือข่าย Class A สามารถแจกจ่าย IP Address ได้น้อยที่สุด คือ 256 หมายเลข
nnn หมายถึง Network Address ccc หมายถึง Computer Address หมายเลขต้องห้าม เนื่องจากเครือข่ายก็อาจจำเป็นต้องใช้ IP Address ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการจำกัดบางหมายเลขเพื่อใช้เป็นการภายใน ได้แก่
1. Class A ตั้งแต่ 10.xxx.xxx.xxx
2. Class B ตั้งแต่ 172.16.xxx.xxx ถึง 172.31.xxx.xxx
3. Class C ตั้งแต่ 192.168.0.xxx ถึง 192.168.255.xxx
สำหรับภายในองค์กร ก็มีหมายเลขต้องห้ามเช่นกัน ได้แก่
1. 127.xxx.xxx.xxx หมายเลขนี้ใช้สื่อสารกับตัวเอง
2. 0.0.0.0
แปลง IP
209.123.226.168
11010001 01111011 11100010 10101000
198.60.70.81
11000110 00111100 01000110 01010001
CIDR
/22
11111111.11111111.11111100.00000000
Subnet Mask = 255. 255. 252. 0
จำนวน Host = (2^10) - 2 = 1024 - 2 = 1022 Host
/18
11111111.11111111.11000000.00000000
Subnet Mask = 255. 255. 192. 0
จำนวน Host = (2^14) -2 = 16384 -2 = 16382 Host
/27
11111111.11111111.11111111.11100000
Subnet Mask = 255. 255. 255. 240
จำนวน Host = (2^5) – 2 = 32 – 2 = 30 Host
ข้อสอบเรื่อง IP 5 ข้อ
1. IP Address มีอยู่กี่บิต
ก. 4 บิต
ข. 8 บิต
ค. 16 บิต
ง. 32 บิต
เฉลย ง. 32 บิต
2. IP Address จะประกอบด้วยตัวเลข 2 ส่วน คืออะไร
ก. Network Address และ Computer Address
ข. Computer Address และ Internet Address
ค. Network Address และ Internet Address
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ก. Network Address และ Computer Address
3. 209.123.226.168 อยู่ในclass อะไร
ก. Class A
ข. Class B
ค. Class C
ง. Class D
เฉลย ค. Class C
4. การจำกัดบางหมายเลขเพื่อใช้เป็นการภายใน หมายเลขใดที่อยู่ใน class B
ก. ตั้งแต่ 10.xxx.xxx.xxx
ข. ตั้งแต่ 172.16.xxx.xxx ถึง 172.31.xxx.xxx
ค. ตั้งแต่ 192.168.0.xxx ถึง 192.168.255.xxx
ง. ไม่มีข้อถูก
เฉลย ข. ตั้งแต่ 172.16.xxx.xxx ถึง 172.31.xxx.xxx
5. สำหรับภายในองค์กร ก็มีหมายเลขต้องห้ามใช้คือหมายเลขใด
ก. 127.xxx.xxx.xxx
ข. 0.0.0.0
ค. ถูกทั้งข้อ ก และ ข
ง. ไม่มีข้อถูก
เฉลย ค. ถูกทั้งข้อ ก และ ข
ข้อสอบเรื่อง CIDR 5 ข้อ
1. CIDR มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าอะไร
ก. Super net
ข. subnet
ค. broadcast
ง. ไม่มีข้อถูก
เฉลย ก. Super net
2. ข้อใดคือ Subnet Mask ของ IP address 45 . 23 . 21 . 8
ก. 255 . 255 . 0 . 0
ข. 255 . 255 . 255 . 0
ค. 255 . 192 . 0 . 0
ง. 255 . 255 . 255 . 240
เฉลย ก. 255 . 255 . 0 . 0
3. หมายเลข Host มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าอะไร
ก. Prefix
ข. Suffix
ค. Perfix
ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ค
เฉลย ข. Suffix
4. Subnet Mask = 255. 255. 255. 240 แปลงเป็นเลขฐานสองได้ข้อใด
ก. 11000110 00111100 01000110 01010001
ข. 11111111 11111111 11111100 00000000
ค. 11111111 11111111 11000000 00000000
ง. 11111111 11111111 11111111 11100000
เฉลย ง. 11111111 11111111 11111111 11100000
5. Subnet Mask ของ Length (CIDR) /7 คือข้อใด
ก. 248.0.0.0
ข. 252.0.0.0
ค. 254.0.0.0
ง. 255.0.0.0
เฉลย ค. 254.0.0.0
การย้ายข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง เพื่อให้เกิดประโยชน์เทคโนโลยีสมัยนี้มีการเชื่อมต่อกันทั่วโลกWhy Study Data Communication? เพื่อที่จะได้วิธีการย้ายข้อมูลที่ถูกต้อง และในสมัยก่อนมีความลำบากมากในการสื่อสาร จึงนำมาเป็นตัวแทนในการสื่อสารนิยามการสื่อสารข้อมูลการสื่อสารข้อมูล หมายถึง กระบวนการถ่ายทอด หรือการรับ-ส่งข้อมูล จากจุดใดจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ผ่านสื่อชนิดใดๆก็ได้ โดยข้อมูลจะหมายถึง ข้อความ รูปภาพ หรือสัญลักษณ์ก็ได้ การสื่อสารข้อมูลโดยปกติเกิดขึ้นระหว่าง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไป
ความหมาย ของ Basic’s IP Address
IP Address คือหมายเลขประจำเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งประกอบด้วยตัวเลข 4 ชุด มีเครื่องหมายจุดขั้นระหว่างชุด
การสื่อสารและรับส่งข้อมูลในระบบ Internet สิ่งสำคัญคือที่อยู่ของคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง ดังนั้นเพื่อให้เกิดความถูกต้องแม่นยำ จึ่ง ได้มีการกำหนดหมายเลขประจำเครื่องที่เราเรียกว่า IP Address และเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนและซ้ำกัน จึงได้มีการก่อตั้งองค์กรเพื่อ แจกจ่าย IP Address โดยเฉพาะ ชื่อองค์กรว่า Inter NIC (International Network Information Center) อยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา การแจกจ่ายนั้นทาง Inter NIC จะแจกจ่ายเฉพาะ Network Address ให้แต่ละเครือข่าย ส่วนลูกข่ายของเครื่อง ทางเครือข่ายนั้นก็จะเป็น ผู้แจกจ่ายอีกทอดหนึ่ง ดังนั้นพอสรุปได้ว่า IP Address จะประกอบด้วยตัวเลข 2 ส่วน คือ 1. Network Address 2. Computer Address การแบ่งขนาดของเครือข่าย เราสามารถแบ่งขนาดของการแจกจ่าย Network Address ได้ 3 ขนาดคือ
1. Class A nnn.ccc.ccc.ccc (nnn ชุดแรก ตัวเลขอยู่ระหว่าง 1-126) เครือข่าย Class A สามารถแจกจ่าย IP Address ได้มากที่สุดถึง 16 ล้านหมายเลข
2. Class B nnn.nnn.ccc.ccc (nnn ชุดแรก ตัวเลขอยู่ระหว่าง 128-191) เครือข่าย Class A สามารถแจกจ่าย IP Address ได้มากเป็นอันดับสอง คือ 65,000 หมายเลข
3. Class c nnn.nnn.nnn.ccc (nnn ชุดแรก ตัวเลขอยู่ระหว่าง 192-233) เครือข่าย Class A สามารถแจกจ่าย IP Address ได้น้อยที่สุด คือ 256 หมายเลข
nnn หมายถึง Network Address ccc หมายถึง Computer Address หมายเลขต้องห้าม เนื่องจากเครือข่ายก็อาจจำเป็นต้องใช้ IP Address ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการจำกัดบางหมายเลขเพื่อใช้เป็นการภายใน ได้แก่
1. Class A ตั้งแต่ 10.xxx.xxx.xxx
2. Class B ตั้งแต่ 172.16.xxx.xxx ถึง 172.31.xxx.xxx
3. Class C ตั้งแต่ 192.168.0.xxx ถึง 192.168.255.xxx
สำหรับภายในองค์กร ก็มีหมายเลขต้องห้ามเช่นกัน ได้แก่
1. 127.xxx.xxx.xxx หมายเลขนี้ใช้สื่อสารกับตัวเอง
2. 0.0.0.0
แปลง IP
209.123.226.168
11010001 01111011 11100010 10101000
198.60.70.81
11000110 00111100 01000110 01010001
CIDR
/22
11111111.11111111.11111100.00000000
Subnet Mask = 255. 255. 252. 0
จำนวน Host = (2^10) - 2 = 1024 - 2 = 1022 Host
/18
11111111.11111111.11000000.00000000
Subnet Mask = 255. 255. 192. 0
จำนวน Host = (2^14) -2 = 16384 -2 = 16382 Host
/27
11111111.11111111.11111111.11100000
Subnet Mask = 255. 255. 255. 240
จำนวน Host = (2^5) – 2 = 32 – 2 = 30 Host
ข้อสอบเรื่อง IP 5 ข้อ
1. IP Address มีอยู่กี่บิต
ก. 4 บิต
ข. 8 บิต
ค. 16 บิต
ง. 32 บิต
เฉลย ง. 32 บิต
2. IP Address จะประกอบด้วยตัวเลข 2 ส่วน คืออะไร
ก. Network Address และ Computer Address
ข. Computer Address และ Internet Address
ค. Network Address และ Internet Address
ง. ถูกทุกข้อ
เฉลย ก. Network Address และ Computer Address
3. 209.123.226.168 อยู่ในclass อะไร
ก. Class A
ข. Class B
ค. Class C
ง. Class D
เฉลย ค. Class C
4. การจำกัดบางหมายเลขเพื่อใช้เป็นการภายใน หมายเลขใดที่อยู่ใน class B
ก. ตั้งแต่ 10.xxx.xxx.xxx
ข. ตั้งแต่ 172.16.xxx.xxx ถึง 172.31.xxx.xxx
ค. ตั้งแต่ 192.168.0.xxx ถึง 192.168.255.xxx
ง. ไม่มีข้อถูก
เฉลย ข. ตั้งแต่ 172.16.xxx.xxx ถึง 172.31.xxx.xxx
5. สำหรับภายในองค์กร ก็มีหมายเลขต้องห้ามใช้คือหมายเลขใด
ก. 127.xxx.xxx.xxx
ข. 0.0.0.0
ค. ถูกทั้งข้อ ก และ ข
ง. ไม่มีข้อถูก
เฉลย ค. ถูกทั้งข้อ ก และ ข
ข้อสอบเรื่อง CIDR 5 ข้อ
1. CIDR มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าอะไร
ก. Super net
ข. subnet
ค. broadcast
ง. ไม่มีข้อถูก
เฉลย ก. Super net
2. ข้อใดคือ Subnet Mask ของ IP address 45 . 23 . 21 . 8
ก. 255 . 255 . 0 . 0
ข. 255 . 255 . 255 . 0
ค. 255 . 192 . 0 . 0
ง. 255 . 255 . 255 . 240
เฉลย ก. 255 . 255 . 0 . 0
3. หมายเลข Host มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าอะไร
ก. Prefix
ข. Suffix
ค. Perfix
ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ค
เฉลย ข. Suffix
4. Subnet Mask = 255. 255. 255. 240 แปลงเป็นเลขฐานสองได้ข้อใด
ก. 11000110 00111100 01000110 01010001
ข. 11111111 11111111 11111100 00000000
ค. 11111111 11111111 11000000 00000000
ง. 11111111 11111111 11111111 11100000
เฉลย ง. 11111111 11111111 11111111 11100000
5. Subnet Mask ของ Length (CIDR) /7 คือข้อใด
ก. 248.0.0.0
ข. 252.0.0.0
ค. 254.0.0.0
ง. 255.0.0.0
เฉลย ค. 254.0.0.0
6/10/2551
ข้อสอบเรื่อง OSI Model
ข้อสอบเรื่อง OSI Model
1. ข้อใดอธิบาย ความหมายของ OSI Model ได้ถูกที่สุด
ก. เป็นส่วนที่ทำหน้าที่ในการสื่อสารข้อมูลซึ่งอาจจะพัฒนาได้ทั้งแบบเป็น Software และ Hardware
ข. เป็นมาตรฐานที่ใช้อ้างอิงถึงวิธีการในการส่งข้อมูลจาก Computer เครื่องหนึ่งผ่านNetwork ไปยัง Computer อีกเครื่องหนึ่ง
ค. เป็นข้อมูลที่ส่งในระบบเครือข่ายมีหลายรูปแบบที่หลากหลาย
ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ค
เฉลย ข. เป็นมาตรฐานที่ใช้อ้างอิงถึงวิธีการในการส่งข้อมูลจาก Computer เครื่องหนึ่งผ่านNetwork ไปยัง Computer อีกเครื่องหนึ่ง
2. Layer7, Application Layer ทำหน้าที่อะไร
ก. ทำหน้าที่ติดต่อกับผู้ใช้ โดยจะรับคำสั่งต่างๆจากผู้ใช้ส่งให้คอมพิวเตอร์แปลความหมาย และทำงานตามคำสั่งที่ได้รับในระดับโปรแกรมประยุกต์
ข. เป็นชั้นที่ทำหน้าที่ตกลงกับคอมพิวเตอร์อีกด้านหนึ่งในชั้นเดียวกันว่า การรับส่งข้อมูลในระดับโปรแกรมประยุกต์จะมีขั้นตอนและข้อบังคับอย่างไร
ค. เป็น Layer ที่ควบคุมการสื่อสารจากต้นทางไปยังปลายทางแบบ End to End และคอยควบคุมช่องทางการสื่อสารในกรณีที่มีหลายๆ โปรเซสต้องการรับส่งข้อมูลพร้อมๆกันบนเครื่องเดียวกัน
ง. ทำหน้าที่ประกอบรวมข้อมูลต่างๆที่ได้รับมาจาก Layer ล่าง และให้บริการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้นระหว่างการส่ง (error recovery) ทำหน้าที่ยืนยันว่าข้อมูลได้ถูกส่งไปถึงยังเครื่องปลายทางและได้รับข้อมูลถูกต้องเรียบร้อยแล้ว
เฉลย ก. ทำหน้าที่ติดต่อกับผู้ใช้ โดยจะรับคำสั่งต่างๆจากผู้ใช้ส่งให้คอมพิวเตอร์แปลความหมาย และทำงานตามคำสั่งที่ได้รับในระดับโปรแกรมประยุกต์
3. Datagram เป็นหน่วยข้อมูลที่อยู่ระดับใด
ก. หน่วยของข้อมูลในระดับ Datalink Layer
ข. หน่วยของข้อมูลในระดับ Network Layer
ค. หน่วยของข้อมูลในระดับ Network Layer ที่มีรูปแบบการเชื่อมต่อแบบ Connectional Less
ง. หน่วยของข้อมูลในระดับ Transport Layer
เฉลย ค. หน่วยของข้อมูลในระดับ Network Layer ที่มีรูปแบบการเชื่อมต่อแบบ Connectional Less
4. Layer ใดของ OSI Model ที่ทำหน้าที่ ทำหน้าที่สร้างการเชื่อมต่อ, การจัดการระหว่างการเชื่อมต่อ และการตัดการเชื่อมต่อคำว่า
ก. Session Layer
ข. Transport Layer
ค. Network Layer
ง. Datalink Layer
เฉลย ก. Session Layer
5. ข้อมูลที่ส่งในระบบเครือข่ายมีหลายรูปแบบที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับการออกแบบของอะไร
ก. Presentation
ข. Session
ค. Network
ง. Application
เฉลย ง. Application
เอกสารอ้างอิง
http://support.mof.go.th/lan/osi.htm
1. ข้อใดอธิบาย ความหมายของ OSI Model ได้ถูกที่สุด
ก. เป็นส่วนที่ทำหน้าที่ในการสื่อสารข้อมูลซึ่งอาจจะพัฒนาได้ทั้งแบบเป็น Software และ Hardware
ข. เป็นมาตรฐานที่ใช้อ้างอิงถึงวิธีการในการส่งข้อมูลจาก Computer เครื่องหนึ่งผ่านNetwork ไปยัง Computer อีกเครื่องหนึ่ง
ค. เป็นข้อมูลที่ส่งในระบบเครือข่ายมีหลายรูปแบบที่หลากหลาย
ง. ถูกทั้งข้อ ก และ ค
เฉลย ข. เป็นมาตรฐานที่ใช้อ้างอิงถึงวิธีการในการส่งข้อมูลจาก Computer เครื่องหนึ่งผ่านNetwork ไปยัง Computer อีกเครื่องหนึ่ง
2. Layer7, Application Layer ทำหน้าที่อะไร
ก. ทำหน้าที่ติดต่อกับผู้ใช้ โดยจะรับคำสั่งต่างๆจากผู้ใช้ส่งให้คอมพิวเตอร์แปลความหมาย และทำงานตามคำสั่งที่ได้รับในระดับโปรแกรมประยุกต์
ข. เป็นชั้นที่ทำหน้าที่ตกลงกับคอมพิวเตอร์อีกด้านหนึ่งในชั้นเดียวกันว่า การรับส่งข้อมูลในระดับโปรแกรมประยุกต์จะมีขั้นตอนและข้อบังคับอย่างไร
ค. เป็น Layer ที่ควบคุมการสื่อสารจากต้นทางไปยังปลายทางแบบ End to End และคอยควบคุมช่องทางการสื่อสารในกรณีที่มีหลายๆ โปรเซสต้องการรับส่งข้อมูลพร้อมๆกันบนเครื่องเดียวกัน
ง. ทำหน้าที่ประกอบรวมข้อมูลต่างๆที่ได้รับมาจาก Layer ล่าง และให้บริการตรวจสอบและแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้นระหว่างการส่ง (error recovery) ทำหน้าที่ยืนยันว่าข้อมูลได้ถูกส่งไปถึงยังเครื่องปลายทางและได้รับข้อมูลถูกต้องเรียบร้อยแล้ว
เฉลย ก. ทำหน้าที่ติดต่อกับผู้ใช้ โดยจะรับคำสั่งต่างๆจากผู้ใช้ส่งให้คอมพิวเตอร์แปลความหมาย และทำงานตามคำสั่งที่ได้รับในระดับโปรแกรมประยุกต์
3. Datagram เป็นหน่วยข้อมูลที่อยู่ระดับใด
ก. หน่วยของข้อมูลในระดับ Datalink Layer
ข. หน่วยของข้อมูลในระดับ Network Layer
ค. หน่วยของข้อมูลในระดับ Network Layer ที่มีรูปแบบการเชื่อมต่อแบบ Connectional Less
ง. หน่วยของข้อมูลในระดับ Transport Layer
เฉลย ค. หน่วยของข้อมูลในระดับ Network Layer ที่มีรูปแบบการเชื่อมต่อแบบ Connectional Less
4. Layer ใดของ OSI Model ที่ทำหน้าที่ ทำหน้าที่สร้างการเชื่อมต่อ, การจัดการระหว่างการเชื่อมต่อ และการตัดการเชื่อมต่อคำว่า
ก. Session Layer
ข. Transport Layer
ค. Network Layer
ง. Datalink Layer
เฉลย ก. Session Layer
5. ข้อมูลที่ส่งในระบบเครือข่ายมีหลายรูปแบบที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับการออกแบบของอะไร
ก. Presentation
ข. Session
ค. Network
ง. Application
เฉลย ง. Application
เอกสารอ้างอิง
http://support.mof.go.th/lan/osi.htm
6/03/2551
ข้อสอบแอสกี
ข้อสอบแอสกี 3 ข้อ
1. รหัสแอสกีเริ่มต้นใช้ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1967 มีอักขระกี่ตัว
ก. 124 ตัว
ข. 126 ตัว
ค. 128 ตัว
ง. 130 ตัว
ก. 246 ตัว
ข. 256 ตัว
ค. 266 ตัว
ง.. 276 ตัว
เฉลย ข. 256 ตัว
3.♥ อักขระตัวนี้หมายถึงข้อใด
ก. SOH - start of heading
ข. STX - start of text
ค. ETX - end of text
ง. EOT - end of transmission
1. รหัสแอสกีเริ่มต้นใช้ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1967 มีอักขระกี่ตัว
ก. 124 ตัว
ข. 126 ตัว
ค. 128 ตัว
ง. 130 ตัว
เฉลย ค. 128 ตัว
2.รหัสแอสกีได้รับการปรับปรุงล่าสุดเมื่อ ค.ศ. 1986 ให้มีอักขระทั้งหมดกี่ตัว
ก. 246 ตัว
ข. 256 ตัว
ค. 266 ตัว
ง.. 276 ตัว
เฉลย ข. 256 ตัว
3.♥ อักขระตัวนี้หมายถึงข้อใด
ก. SOH - start of heading
ข. STX - start of text
ค. ETX - end of text
ง. EOT - end of transmission
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)